วันศุกร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2555


 มาดูภาพความน่ารักของหนู Hamster ในรูปแบบของรูปภาพกันเลยครับ


                                                              มองอารายค่ะ  หนูอาย


เค้าเขิลตัวเองจังเลย


                                                                ช่วยหนูด้วย อึ๊บ อึ๊บ 


                                                   โอ๊ะ โอ๊ะ  หายใจไม่ออก แว๊ะ ช่วยหนูด้วย


                                                                    หนูไหว้สวยไม๊ค่ะ


                                                                  หนูอยากติดโบว์


                                                           หนูหันด้านข้างแล้ว สวยไม๊ค่ะ

                                                             แฮ่ะ แฮ่ะ  หนูน่ารักไม๊ค่ะ


หนูหิวจังค่ะ 


                                                           มาดูผมเล่นกีตาร์กันนะคับ


                                                            ปี้ ปี้  ปี่  ปี่  เพราะไม๊คับผม


                                                                   หนูขอกินนิดนึงนะค่ะ


                                                            ก็ผมหิวอะ  ไม่ไหวแล้ว ง่ำ ง่ำ


                                                           ผมไหว้ละ รองเท้าใครเหม็นจัง


                                                             ของผมใครอย่าแย่งไปนะ


                                                            กินแล้วไม่สนใจใครแล้วค่ะ


                                                           ห้ามแอบมองเค้าจะจู๋จี๋กันนะ


                                                          มาตีกอล์ฟ กับพี่ไม๊คับน้องสาว


                                                               มองไมเพ่  I'm Hamster

วันพฤหัสบดีที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2555


มาแอบมาดูการใช้ชีวิตของเจ้าหนูน้อยกัน
     การใช้ชีวิตของหนูน้อย HamsteR นั้น สำหรับคลิปวีดีโอนี้นะครับ ผมจะให้คุณผู้ชมมาดูการใช้ชีวิตหนูแฮมสเตอร์สองตัวนะครับ เจ้าหนูสองตัวนี้เป็นเจ้าหนูที่ซนมากๆ ครับ เวลาอยู่ในกรง กลางวันมันจะชอบนอนหลับ กลางคืนมันจะชอบมากินอาหารและก็เมล็ดทานตะวันและก็ออกกำลังกายโดยการเล่นของเล่นวิ่งไปวิ่งมา บางทีก็เล่นกันเองกัดกันเอง ถ้าอยากเห็นความน่ารักของเจ้าหนูน้อยแฮมสเตอร์ทั้งสองตัวนี้แล้วไปดูในคลิปวีดีโอนี้กันเลยนะครับ



  









History of Hamster

แฮมสเตอร์เป็นสัตวจำพวกฟันแทะ(Rodent) ขนาดเล็ก สัตว์ในจำพวกนี้ได้แก บีเวอร์ กระรอก กระต่าย และชินชิลล่า เป็นต้น ย้อนไปเมื่อ ปีพ.ศ. 2382 ได้มีการค้นพบแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรียสีทองที่ประเทศซีเรีย โดยนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ และได้นำกลับไปยังสวนสัตว์ลอนดอน จากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นแฮมสเตอร์ในธรรมชาติอีกเลย จนบางคนคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อมา แม่แฮมสเตอร์และลูกๆอีก 12 ตัวได้ถูกพบที่บริเวณประเทศซีเรียอีกเช่นเคย โดย Professor I.Aharoni จาก Hebrew University เมืองเยรูซาเล็ม ครั้งนี้พวกมันถูกพาตัวไปยังเยรูซาเล็ม แต่ก็เหลือรอดเพียง 3 ตัวเท่านั้น คือตัวเมีย 2 ตัว และตัวผู้อีก 1 ตัว และนี่ก็คือบรรพบุรุษทั้ง 3 ของแฮมสเตอร์เลี้ยง ซึ่งได้ทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์น่ารักๆไว้ให้เราได้รู้จักกันในปัจจุบัน ในระยะแรกๆ แฮมสเตอร์เข้าสู่ประเทศอังกฤษ และประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสัตว์ทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น กระทั่งมีผู้เห็นว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู จึงเริ่มนำออกมาเลี้ยงเป็นสมาชิกตัวหนึ่งในบ้าน และได้รับความนิยมในหมู่ผู้รักสัตว์เลี้ยงตั้งแต่นั้นมา 
        ตามธรรมชาติแฮมสเตอร์จะอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน และจะใช้เวลาในช่วงตอนกลางวันในการนอนหลับพักผ่อนและในตอน กลางคืนจะออกหากิน ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากภูมิประเทศและภูมิอากาศในประเทศซีเรียที่มีลักษณะเป็นดินแดนทะเลทราย  ในตอนกลางวันจะมีอุณหภูมิสูงมาก ซึ่งผิดกับตอนกลางคืนอุณหภูมิจะต่ำลง ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าแฮมสเตอร์แคระคือมีขนาดตัวเล็ก น่ารัก แต่ค่อนข้างจะขี้ระแวงกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน ถ้าเราดูแลเอาใจใส่มันอย่างดี เลี้ยงดูพวกมันด้วยความรักก็สามารถสร้างความผูกพัน กับเจ้าตัวน้อยพวกนี้ได้ เพราะมันรู้จักตอบสนองในทางที่ดีต่อผู้เลี้ยง และหากเราเล่นกับเจ้าตัวน้อยบ่อยๆ พวกมันก็จะคุ้นเคยกับเรามากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เจ้าตัวน้อยเป็นเพื่อนที่แสนดีสำหรับเราได้ในยามที่เราเหงา เพราะมันจะเล่นซนจนเราเพลินตาสบายใจ เจ้าตัวน้อยมักชอบอยู่ตัวเดียว และจะต่อสู้อย่างไม่คิดชิวิตเมื่อมีตัวอื่นที่แปลกหน้าผ่านเข้ามาในอาณาเขตของมัน  ส่วนเจ้าตัวน้อยตัวผู้ และตัวเมียจะยอมคืนดีกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น มีนิสัยชอบนอนในตอนกลางวันและตื่นในตอนกลางคืนเพื่อออกไปหาอาหารมากักตุน เอาไว้ อาหารที่เจ้าตัวน้อยกินจะเป็นพวกเมล็ดพืช ธัญพืช และพวกผลไม้ต่างๆ พวกมันเป็นสัตว์อนามัย รักความสะอาด มันมักจะทำความ สะอาดตัวเองเสมอๆ เจ้าตัวน้อยพวกนี้จะอาศัยอยู่ในโพลงใต้ดิน ซึ่งในโพลงของพวกมันจะถูกแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องเก็บอาหาร และห้องเลี้ยงลูกอ่อน ซึ่งเจ้าตัวน้อยพวกนี้จะดูและที่อยู่ของมันให้สะอาดอยู่เสมอๆ  เจ้าตัวน้อยจะใช้ขาหน้าของมันทำสิ่งต่างๆ ได้มากมาย เช่น ทำความสะอาดร่างกาย หยิบจับอาหาร และวัสดุสำหรับสร้างรัง ร่างกายของเจ้าตัวน้อยจะอ่อนนุ่มผิวหนังยืดหยุ่น ดวงตาใสแจ๋วเป็นประกาย มีขาเล็กๆที่แข็งแรงสำหรับยึดเกาะ พวกมันชอบเล่นกายกรรม  ห้อยโหนอยู่ในกรงให้เราเห็นอยู่เสมอ นอกจากนี้เจ้าตัวน้อยยังมีกระพุ้งแก้มที่ขยายใหญ่ได้ สำหรับเก็บรวบรวมอาหารจากที่หนึ่งไปอีกที่ หนึ่ง หรือเก็บตุนอาหารไว้ให้รอดพ้นจากเจ้าตัวน้อยตัวอื่น
+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+
สายพันธุ์ของแฮมสเตอร์
แฮมสเตอร์พันธุ์ยุโรป (European Hamster)
เป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาแฮมสเตอร์ทั้งหมด คือมีขนาดเกือบเท่ากระต่าย แต่ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันเพราะว่ามีนิสัยค่อนข้างดุ และไม่สามารถเลี้ยงให้เชื่องได้ แม้จะลองนำมาเลี้ยงในสวนสัตว์แล้วก็ตาม

แฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรีย (Syrian Hamster)
เป็นพันธุ์ขนาดกลางเมื่อโตเต็มที่แล้วขนาดจะอยู่ที่ราว 15 ซม. เท่านั้น พันธุ์ซีเรียนี้มีทั้งแบบขนสั้น ขนยาว และหลากหลายสีสัน พันธุ์ซีเรียสามารถเลี้ยงให้เชื่องได้หากเราให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เมื่อเรานำเขามาเลี้ยง

แฮมเตอร์พันธุ์แคระ (Dwarf Hamster)
เป็นพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด แล้วก็แคระ สมชื่อด้วยความยาวขณะโตเต็มที่แล้วเพียง 7 ซม. เท่านั้น แฮมสเตอร์แคระสามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก 3 ชนิดดังนี้

 พันธุ์ไชนีสแคระ (Dwarf Chinese Hamster)
ลักษณะหัวและลำตัวค่อนข้างยาว และเพรียวกว่าแฮมสเตอร์แคระพันธุ์อื่นๆ ส่วนลักษณะของเท้าก็เป็นแบบเดียวกันกับแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรีย คือไม่ค่อยมีขนปกคลุม แต่จะมีหางที่ยาวกว่าพันธุ์ซีเรียอยู่เล็กน้อย มีสีตามธรรมชาติเพียง 2 สีเท่านั้น

พันธุ์แคมเบล รัสเซียน แคระ (Dwarf Campbell's Russian Hamster)
มีลักษณะคล้ายกับพันธุ์วินเทอร์ ไวท์ รัสเซียนแคระ มากแต่ว่าจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย ลักษณะโดยทั่วไปคือ หน้าสั้นทู่ ตัวเป็นทรงกลม ขนแน่น นุ่มและเป็นมันเงาปกคลุมทั่วทั้งลำตัว เท้า และ คลุมหางที่กุดสั้นของมัน
พันธุ์วินเทอร์ ไวท์ รัสเซียน แคระ (Dwarf Winter White Russian Hamster)
มีลักษณะคล้ายกับพันธุ์แคมเบล รัสเซียน แคระ เล็กน้อย แต่มีขนาดตัวเล็กกว่า และหน้าจะสั้นทู่กว่าพันธุ์แคมเบล รัสเซียน แคระอยู่เล็กน้อย (แฮมสเตอร์หน้ายิ่งสั้นเท่าไหร่จะน่ารักมาก)แต่ลักษณะที่แตกต่างคือโดยธรรมชาติแล้ว จะเปลี่ยนสีขนเป็นสีขาวดุจหิมะเมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น เป็นแฮมสเตอร์ที่มีลักษณะน่ารักเป็นพิเศษ น่ารักและเป็นมิตรกว่าพันธุ์อื่นๆ
พันธุ์โรโบรอฟสกี้ (Dwarf Roborovski)
เป็นหนูแฮมสเตอร์แคระที่มีขนาดเล็กที่สุด โตเต็มที่ยาวประมาณ 2 นิ้ว (4-5 ซม.) หน้าตาจะไม่เหมือนกันกับพันธุ์อื่นๆ สีของลำตัวจะมีสีคล้ายทรายในทะเลทรายเพื่อพรางตัวจากศัตรู มีดวงตากลมโต มีนิสัยตื่นตัวอยู่เสมอ วิ่งเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่นิยมใช้ฝุ่นภูเขาไฟสำหรับชินชิลล่าสำหรับทำความสะอาด
+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+
การผสมพันธุ์   แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่มีอายุขัยสั้น มันจึงต้องแพร่พันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์ อย่าผสมข้ามพันธุ์แฮมสเตอร์หากท่านยังไม่พร้อม สำหรับชีวิตน้อน ๆ อีกหลาย ๆ ชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ท่านมีกรงให้พร้อมหรือไม่ท่านมีเวลาเพียงพอสำหรับมันหรือไม่ 
โปรดศึกษาแฮมสเตอร์ให้เข้าใจก่อนผสมพันธุ์ เพื่ิอให้ลูกที่เกิดออกมาแข็งแรงและไม่มีข้อบกพร่องทางพันธุ์กรรม

SYRAIN

Syrain เป็นแฮมสเตอร์ที่รักสันโดษ หากเราปล่อยให้ Syrainหลายๆ ตัวอยู่ด้วยกันมันมักจะกัดกัน ดังนั้นการจับคู่ Syrain เพื่อการผสมพันธุ์นั้น เราจำเป็นต้องระวังมาก ๆ


Syrain เพศเมีจะเป็นฮีทในทุกๆ 4 วัน ในการผสมพันธุ์ต้องเตรียมรังไว้ให้ก่อนโดยการใส่วัสดุปูพื้นใหม่ลงไป และหลังจากนั้นใส่วัสดุตัวผู้ลงไปก่อนและปล่อยให้ตัวผู้เดินไปมาและสร้างกลิ่นก่อนสั
พักหลังจากนั้นจึงค่อยใส่ตัวเมียลงไป หากตัวเมียต่อต้าน ไม่ยอมรับการผสมพันธุ์โดยการจู่โจมหรือการเข้าทำร้ายตัวผู้ ให้รีบแยกตัวตัวเมียออกก่อนที่จะมีตัวใดได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้หากแฮมสเตอร์ตัวเมียไม่ได้เป็นฮีท มันก็อาจจะไม่ยอมรับการผสมจากตัวผู้และอาจจะทำร้ายตัวผู้ได้

หลังจากนั้นอีก 2-3 วันให้ทดลองใหม่อีกครั้ง หากแฮมสเตอร์ตัวเมียเมื่อปล่อยลงไปแล้วยืนอยู่นิ่ง ๆ และเหยียดขาตรง ยกหางชี้ขึ้นแสดงว่าตัวเมียยอมรับการผสมพันธุ์ หลังจากนั้นปล่อยให้แฮมสเตอร์ผสมพันธุ์กันประมาณ 20 นาทีและแยกแฮมสเตอร์ออกจากกัน เพราะหากปล่อยตัวผู้ไว้กับตัวเมียนานเกินไป ตัวเมียอาจจะตัดสินใจกำจัด หรือทำร้ายตัวผู้ได้ หลังจากนั้น 16-18 วันหากผสมติด เราจะได้ลูกแฮมสเตอร์สีชมพูอยู่ในกรง
อ้างอิง http://club.yenta4.com/view_topic.php?type=content&club=Love_HamSter&club_id=27851&table_id=1&cate_id=-1&post_id=248892

วันพุธที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2555


      ของเล่นของ หนูแฮมสเตอร์มี  ของเล่นมากมาย แทบจะบรรยายไม่ถูก แต่ ละชนิดจะมีหลากหลายรูปแบบมากเลยถ้าเพื่อนๆ อยากสร้างกรงหนูแฮมสเตอร์ ให้มีของเล่น เยอะๆก็ควร นึกถึงเนื้อที่ในกรง กันหน่อยเพราะว่ากรงบางประเภทอาจจะวางได้แค่นิดเดียว หรือไม่ กรง บางประเภท เมื่อใส่ของเล่นลงไปแล้ว หนู นั้นสามารถปีนออกมานอกกรงได้ อันนี้ก็ ต้องระวัง


                 


                 


  


                              

    
            
  อ้างอิง http://pets.hamsteronline.com/category/hamster/hamster-tools



อุปกรณ์พื้นฐานที่จะใช้เลี้ยงHamster อย่างแรกคือ      กรง (Cage)       กรงที่ใช้สำหรับแฮมสเตอร์นั้นมีมากมายหลายแบบให้เลือก สามารถใช้กรงที่หุ้มพลาสติกที่มีการออกแบบให้มีรูปแบบและสีสรรต่างๆ หรือเลือกกรงแบบที่ครึ่งบนเป็นตะแกรงก็ได้แต่ต้องตรวจสอบความถี่ของซี่กรงบนตะแกรงด้วย ขนาดของซี่กรงที่เหมาะสมคือต้องไม่ให้ศรีษะของแฮมสเตอร์ลอดผ่านออกมาได้ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่คาดไม่ถึง และที่สำคัญที่สุดต้องปิดประตูกรงให้สนิททุกครั้ง 


อาหาร (Nutritious food)   แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่กินง่ายเพราะกินอาหารได้หลายอย่าง อาหารสำหรับเลี้ยงแฮมสเตอร์ ได้แก่อาหารแห้ง อาหารสด และขนมขบเคี้ยวต่างๆ อาหารแห้งหมายถึงอาหารเม็ดสำเร็จรูป เมล็ดพืชต่างๆ รวมถึงผลไม้อบแห้ง ซึ่งหาซื้อได้งายสะดวกตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไป ส่วนการให้อาหารสดควรคำนึงถึงความสะอาดและความสดของผักผลไม้ด้วยและควรให้ในปริมาณเพียงเล็กน้อยในแต่ละครั้ง มิฉะนั้นจะทำให้เศษอาหารเหลือเน่าเสียเป็นผลเสียต่อสุขภาพของแฮมสเตอร์ได้ ดังนั้นควรเก็บอาหารสดที่แฮมสเตอร์กินเหลือออกจากกรงทุกครั้ง

ขี้กบ (Wood Shave) การใส่ขี้กบไว้ที่พื้นกรงจะช่วยให้แฮมสเตอร์ได้สนุกกับการขุด และมุดไปมาได้ นอกจากนั้นขี้กบยังมีคุณสมบัติซับความชื้นและซับกลิ่นที่มาจกการขับถ่ายของเสียได้ดีอีกด้วย แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่รักสะอาดเขาจะรู้สึกสบายตัวเมื่อได้อยู่ในกรงที่สะอาด หรือเปลี่ยนขี้กบให้ใหม่อย่างสม่ำเสมอ แต่การเปลี่ยนขี้กบไม่ควรเปลี่ยนทั้งหมด ควรเหลือขี้กบเก่าและมุมส่วนที่แฮมสเตอร์ใช้สะสมอาหารไว้บ้างเล็กน้อย จะทำให้เขาไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงมากนัก

หลอดน้ำ (A Water bottle )หลอดน้ำช่วยให้แฮมสเตอร์มีน้ำสะอาดกินตลอดเวลา และยังทำให้ผู้เลี้ยงไม่ต้องคอยดูแลเปลี่ยนน้ำทุกวัน และหมั่นทำความสะอาดหลอดน้ำอย่างสม่ำเสมอ

ที่นอนหรือที่หลบซ่อน (A nest box or hiding place) นิสัยตามธรรมชาติของแฮมสเตอร์จะชอยมุดหลบหาที่นอนตามใต้สิ่งกำบังเสมอ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยจากเหล่าสัตว์ร้ายนักล่าตามธรรมชาติ ฉะนั้นที่นอนและที่หลบซ่อนจึงควรมีไว้ภายในกรง นอกจากเพื่อเพิ่มความรู้สึกปลอดภัยแล้วแฮมสเตอร์ ยังใช้เป็นที่หลบซ่อนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการทะเลาะกันรุนแรงจากตัวที่แข็งแรงกว่าอีกด้วย

วงหมุนสำหรับออกกำลังกาย (Exercise wheel) แฮมสเตอร์แคระต้องการการออกกำลังกายค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในตอนเย็นถึงตกกลางคืน แฮมสเตอร์สามารถวิ่งได้เป็นระยะทางไกลทีเดียว ฉะนั้นการใส่วงหมุนไว้ภายในกรงจะช่วยให้เขามีโอกาสได้วิ่งออกกำลังเป็นระยะอย่าสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เขาแข็งแรงและไม่เซื่องซึม และวงหมุนยังเป็นของเล่นชิ้นโปรดที่สุดของแฮมสเตอร์อีกด้วย

พื้นที่ (Space)
แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องการพื้นที่มากมายถ้าเทียบกับสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ขึ้นอยู่กับจำนวนตัวที่คุณเลี้ยง แม้ว่าแฮมสเตอร์จะตัวเล็ก เขาต้องการเนื้อที่สำหรับวิ่งเล่นออกกำลังกายและทำกิจกรรมอย่างเพียงพอ ถ้าเลี้ยงแฮมสเตอร์ไว้ในกรงเดียวกันหลายๆตัวยิ่งต้องเพิ่มเนื้อที่ของกรงให้มีขนาดกว้างขึ้น เพื่อลดความแออัดตรึงเครียด และที่สำคัญต้องมีที่หลบซ่อนไว้ด้วยเสมอ เพราะการเลี้ยงแฮมสเตอร์หลายๆตัวอาจมีการทะเลาะวิวาทกันบ่อยกว่าการเลี้ยงเพียงไม่กี่ตัว ดังนั้นการมีที่หลบซ่อนสำหรับแฮมสเตอร์ที่อ่อนแอกว่าสามารถซ่อนตัวจากตัวที่เกเรได้อย่างปลอดภัย

อุณหภูมิ (Temperature)
แฮมสเตอร์นั้นมีถิ่นกำเนิดในเมืองหนาวแฮมสเตอร์จึงค่อนข้างไม่ชอบอากาศร้อนจัด ดังนั้นจึงไม่ควรวางกรงในที่ๆแดดส่องถึงหรือใกล้เครื่องไฟฟ้าที่มีความร้อน การขยายพันธุ์

อ้างอิง หนังสือหนูน้อยแฮมสเตอร์ 
หน้า24-28 คอลัม อุปกรณ์พื้นฐานสำหรับการเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ ชื่อผู้แต่งหนังสือ   พิพัฒน์ วัฒนพาณิช   ตีพิมพ์ พ.ศ. 2555


วิธีการเลี้ยงหนูแฮมเตอร์
อาหารหลักที่ควรให้แฮมสเตอร์ คือ ธัญพืชโดยจะโปรยอาหารลงบนพื้นก็ได้เพราะแฮมสเตอร์ไม่มีนิสัยชอบก้มกิน มันจะชอบหยิบอหารออกมากินนอกภาชนะมากกว่า โดยใช้เท้าหน้าจับอาหารกิน แต่การใช้ภาชนะมีข้อดี คือจะทำให้เราได้รู้ว่ามันเอาอาหารออกไปกิน มากน้อยแค่ไหน ถ้ามันป่วยเราก็รู้ได้ นอกจากนี้ การใส่ภาชนะยังทำให้อาหารและขี้เลื่อยไม่ปะปนกันทำให้การเปลื่ยนขี้เลื่อยทำได้ง่ายโดยไม่ต้องทิ้งอาหารที่ปนกับขี้เลื่อย

สิ่งที่ควรทราบในการให้อาหารแฮมสเตอร์
1. อย่าให้ผักสด หรือผลไม้สดบ่อยๆหรือมากเกินไป การให้ผักสดควรให้แค่สัปดาห์ละครั้งเพราะอาจจะทำให้แฮมสเตอร์ท้องอืด หรือท้องเสียได้และหากมันกินไม่หมดควรจะเก็บทิ้งทันที

2. พยายามอย่าเปลื่ยนอาหารแบบทันทีทันใด ควรจะค่อยๆ เปลื่ยนอาหารโดยเอาอาหารเก่า ผสมกับอาหารใหม่ และเพิ่มอัตราส่วนอาหารใหม่ให้มากขึ้นเรื่อยๆ จนแทนที่อาหารเก่าในที่สุด อย่าเปลื่ยนแบบฉับพลัน

3. อาหารที่ควรหลีกเลื่ยงช็อคโกแลต โดยเฉพาะ Dark Chocolate เพราะมีสาร Theobromine ซึ่งเป็นพิษต่อแฮมสเตอร์ได้

4. หลีกเลื่ยงผักผลไม้ ที่มีรสเปรี้ยวๆ เช่น มะนาว ส้ม สับปะรด เป็นต้น

5. เราอาจจะเสริมโปรตีนให้กับแฮมสเตอร์ได้ โดยการให้อาหารเม็ดของแมวหรืออาหารสุนัขที่เป็น บิสกิต ใส่ลงไปได้บ้างเล็กน้อย ซึ่งช่วยเสริมโปรตีนและยังช่วยลับฟันแฮมสเตอร์ไม่ให้ยาวเกินไปอีกด้วย

6. อาหารที่ไม่ปลอดภัยสำหรับแฮมสเตอร์ ได้แก่ หัวหอม มันฝรั่งดิบ กระเทียม น้ำอัดลม ลูกกวาด เป็นต้น

7. หลีกเลี่ยงอาหารที่แหลมคม หรือ เหนียวหนืด

8. ขนมหรืออาหารหวานๆเพราะแฮมสเตอร์แคระมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานได้

9. หลีกเลี่ยง อาหารเม็ดของกระต่าย เพราะบางชนิดใส่สารอาหารบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น การเจริญเติบโตในกระต่าย แต่เป็นอันตรายต่อแฮมสเตอร์

10. หลีกเลี่ยงผักผลไม้ที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเพรา


อาหารเสริมอื่นๆ
ไข่
หนูแฮมสเตอร์ชอบกินไข่ต้มที่ต้มสุก และไข่ต้มยังมีโปรตีนสูงอีกด้วยโดยเฉพาะในแม่แฮมสเตอร์ที่กำลังตั้งครรภ์ แต่ไม่ใช่ว่าให้ตลอด นานๆ ให้ทีถ้ากินไม่หมดต้องเก็บออกให้หมด

น้ำมันตับปลา
น้ำมันตับปลาจะอุดมไปด้วยวิตามิน A และ D ใช้โดยการหยดเพียงไม่กี่หยดลงบนเมล็ดพืชก็ได้สามารถให้ได้เพียงสัปดาห์ละครั้ง อาจจะให้อาหารเม็ด สำหรับสุนัขที่มีส่วนผสมของน้ำมันตับปลาก็ได้

เนื้อ
เรื่องการให้เนื้อเป็นอาหารแก่แฮมสเตอร์นั้น เป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงทั้งหลายต่อต้านกันมานาน เพราะเชื่อว่า อาหารประเภทเนื้อจะกระตุ้น ให้แฮมสเตอร์ดุร้าย แต่ก็มีรายงานจากผู้เลี้ยงหลายๆ คนซึ่งให้เนื้อเป็นอาหารเป็นประจำว่าไม่มีการก้าวร้าวผิดปรกติแต่อย่างใด โกยอาจจะให้เป็น เนื้อวัวชิ้นเล็กๆ หรืออาจจะให้
อาหารสุนัขที่บรรจุกระป๋องก็ได้

นม
อาจจะให้ได้บ้าง โดยเฉพาะแม่หนูที่กำลังท้อง หรือ อาจจะให้เป็นนมอัดเม็ดก็ได้

อาหารนกผสม
สามารถจะให้อาหารเม็ด เช่น เมล็ดพืชสำหรับนกก็ได้โดยให้สัปดาห์ละครั้ง

อ้างอิง หนังสือหนูน้อยแฮมสเตอร์ หน้า30-34 คอลัม วิธีเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์ ชื่อผู้แต่งหนังสือ   พิพัฒน์ วัฒนพาณิช   ตีพิมพ์ พ.ศ. 2555


เมนูของหนูแฮมสเตอร์
อาหารของหนูแฮมสเตอร์ อาจจะแบ่งได้ออกเป็นหลายลักษณะครับแต่ในที่นี้ ขอจำแนกออกเป็น 4 ลักษณะใหญ่ๆ
1. ธัญพืชผสม ( ผสมเอง ) 2. อาหารผสมสำเร็จรูป ( จำพวกห่อ ) 3. อาหารจำพวกผัก & ผลไม้ 4. อาหารสด
 ธัญพืชผสม
อาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่นำเมล็ดธัญพืชนั้นมาผสมๆกันครับ ที่หลากหลายอย่างครับ โดยให้หัวข้อนี้ผมจะแนะนำในเรื่องของอาหารผสม ครับ โดยจะแนะนำว่ามีอาหารอะไรบ้างที่ส่วนมากนั้นเขานำมาผสมกันครับ
มาดูกันครับว่ามีอาหารอะไรบ้างที่นำมาผสมกันครับ


เมล็ด มิลเล็ต ลักษณะจะเป็นเม็ดมันวาวเล็กๆครับ จะมีหลายสี ตัวอย่างในรูปจะเป็นสีเหลืองออกซีดๆครับ แต่ก็จะมีสีแดง เรียกว่า มิลเล็ตแดง และก็ เม็ดสีดำเรียกว่า มิลเล็ตดำ ครับ อาหารตัวนี้จะเป็นอาหาร ที่ใส่ในการผสค่อนข้างเยอะกว่าอาหารประเภทอื่นๆ ครับ แต่น้อยกว่าอาหารพวก อาหารของนกเขาใหญ่ สำหรับการนำมาผสมนั้นอาจจะนำหลายๆสีหลายๆชนิดมาผสมก็ได้ครับจะช่วยให้ดูน่ากินมากขึ้นครับ 

อาหาร เม็ด
CPลักษณะจะเป็นอาหารเม็ดสีน้ำตาลครับ ก็อาจจะมีขายเป็นห่อ ของ CP ครับ อาหารอันนี้สามารถให้หนูแฮมสเตอร์ที่เป็นลูกที่ยังไม่ลืมตาหรือหนูแฮมสเตอร์ที่ยังกินอาหารเองได้ ไม่ค่อยเก่งครับ โดยถ้านำมาให้แล้ว ให้แช่น้ำให้นุ่มก่อนแล้วนำไปวางไว้ในกรงของหนูแฮมสเตอร์ครับ อาหารตัวนี้ก็นิยมนำมาผสมรวม อยู่เช่นกันครับ ยังไงมีไว้ก็เป็นสิ่งดีครับเพราะว่าอาหารตัวนี้เป็นอาหาร ของหนูแฮมสเตอร์โดยเฉพาะครับ เขาผสมแล้วอัดเป็นเม็ดมาอีกทีแล้วครับ



เมล็ดข้าวโพดบดเล็กเมล็ดข้าวโพดชนิดนี้จะเป็นเกล็ดเล็กๆครับ โดยเขาจะบดจากเมล็ดใหญ่ๆอีกทีครับ ให้ง่ายต่อการกัดแทะของหนู   แฮมสเตอร์ ครับ โดยทั่วไปบางที่ก็อาจจะนำมาผสมอยู่ด้วยครับ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเม็ดที่ ใหญ่มากกว่าครับแล้วผมจะนำรูปแบบเม็ดใหญ่มาให้ดูกันอีกทีให้ตอนที่ สองนะครับ 

เมล็ด ฮวยมั้ว

ธัญพืชชนิดนี้ ได้แนะนำไปแล้วในหัวข้อของอาหารที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินครับแต่ยังไงผมจะแนะนำ อีกทีนะครับ เจ้าสิ่งนี้จะมีลักษณะเป็นเม็ดกลมๆแป้นๆครับ สีก็ตามในรูปเลยครับ และก็ยังเป็นสิ่งที่ หนูแฮมสเตอร์ชอบกินด้วยครับ แต่ถ้าผสมแล้วไม่ควรใส่ผสมเยอะครับ เพราะว่าเจ้าตัวนี้มีไขมันมาก กว่าอาหารอื่นๆ อาจจะมากหรือ พอๆกับเมล็ดทานตะวันเลยก็ว่าได้ครับ ยังไงก็อย่าผสมเยอะนะครับ 


เมล็ดทานตะวันดำ

ลักษณะก็จะเป็นเมล็ดเล็กๆครับ สีดำเปลือกค่อนข้างจะบางกว่าชนิดอื่น และมีน้ำมันมากกว่า ชนิดอื่นด้วยครับ หนูแฮมสเตอร์จะไม่ค่อยชอบชนิดนี้เท่าใหร่แต่บางตัวที่ชอบก็มีครับ อันน่าจะอยู่ที่ นิสัยของหนูแฮมสเตอร์แ่ต่ละตัวครับ แต่ก็สามารถนำมาผสมได้ครับ ยิ่งหลากหลายยิ่งดีครับ 


เมล็ดทานตะวันขาว

เมล็ดทานตะวันแบบนี้เป็นแบบที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินมากครับ อาจจะเป็นเพราะว่าแกะง่ายหรือ รสชาติอร่อย อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจครับ แต่รับรองว่า หนุแฮมสนั้นชอบแน่ๆครับ ยังไงถ้าเพื่อนๆจะผสม อาหารก็แนะนำตัวนี้ ครับหรือผสมหลายๆตัวก็ดีครับ



เมล็ดทานตะวันแบบแข็ง
สำหรับชื่อผมไม่แน่ใจนะครับ ว่าแน่นอนหรือป่าว แต่ผมเรียกตามลักษณะของเมล็ดเขาครับ คือตามชื่อเลยครับ เม็ดเขาจะแข็งมากๆครับ ผมลองแกะดูแล้ว ยากสุดๆครับ แต่ก็นิยมมาผสม ให้หนูแฮมสเตอร์กิน เหมือนกันครับ แต่ใช่ว่าแข็งแล้วจะเป็น อุปสรรค กับหนูแฮมสเตอร์เลยครับ เพราะว่าผมลองสังเกตดูแล้วครับ เป็นเรื่องง่ายสำหรับหนูแฮมสเตอร์เลยครับ  


อาหารแมว
อาหารแมวก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่หนูแฮมสเตอร์ชอบกินนะครับ แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่แต่ละชนิดด้วยครับ ส่วนชนิดที่ชอบกินนั้นก็ต้องแล้วแต่นิสัยของหนูเค้าหละครับ ยังไงเพื่อนๆลองเปลี่ยนอาหารแมวที่ นำมาผสมดูครับ แล้วก็จะเจอชนิดที่ เจ้าหนูนั้นชอบครับ และยังช่วยให้หนูแฮมสเตอร์ไม่ต้องมากินอาหารที่จำเจ และ แก้ปัญหาการเบื่ออาหารอีกด้วยครับ
ข้าวไร / ข้าวชนิดต่างๆ
ข้าวซึ่งสำหรับคนแล้วนั้นเป็นอาหารหลักก็ว่าได้ครับ และสำหรับหนูแฮมสเตอร์ ก็ชอบอยู่เหมือนกันครับซึ่งข้าวนั้นก็มีหลายชนิดอยู่เช่นกันครับ อาทิ ข้าวไร , ข้าวโอต , ข้าวเม็ดมะเขือ และอื่นๆ อีกมากมายโดยที่ผมแนะนำนี้จะเป็นข้าวไรนะครับ โดยผมได้สังเกตพบว่า พบเปลือกของข้าวไร อยู่ในกรงของหนูแฮมสเตอร์ มากมาย แต่อันนี้จะเป็นกับหนูของเพื่อนๆหรือป่าวยังไงก็ต้องลองดูนะครับ



อาหารนกเขาใหญ่
อันนี้จะเป็นอาหารที่ผสมมาอีกทีครับ ตามชื่อเลยครับ ส่วนผสมของอาหารอันนี้ก็จะมี ข้าวโพด , ข้าวปอม,ถั่วเขียว , และเมล็ดธัญพืชอื่นๆ ครับ โดยเรานำมาผสมเป็น ส่วนประกอบหลักของอาหารครับโดยมีเจ้าอาหารนกเขาใหญ่ 2 ใน 3 ส่วนของอาหารทั้งหมดเลยครับ

อ้างอิง หนังสือหนูน้อยแฮมสเตอร์ หน้า5-12 คอลัม อาหารของหนูแฮมสเตอร์ ชื่อผู้แต่งหนังสือ   พิพัฒน์ วัฒนพาณิช   ตีพิมพ์ พ.ศ. 2555


โรคที่มักเกิดกับแฮมสเตอร์
ขนร่วง การที่หนูแฮมสเตอร์ขนร่วงก็อาจจะมีสาเหตุมาจาก กรงไม่สะอาด อากาศร้อน อับชื้น หรือเกิอจากมีอายุมาก หรือเครียดมากๆ .วิธีดูแลเบื้องต้น.ใช้เยนเซี่ยนไวโอเล็ต (ที่ทาปากเด็ก สีม่วงๆ ขวดละ 8 บาท) ทาทุกเช้าเย็น อาการจะดีขึ้นทาบิเวณรอบๆแผลที่มีขนด้วยกันลาม การที่หนูขนร่วงไม่เป็นเรื่องร้ายแรงแต่ถ้าปล่อยไว้ไม่รีบรักษา อาจจะลามได้

โรคหางเปียก เกิดจากอาหารเป็นพิษ บวกด้วยอากาศร้อน และความไม่สะอาด หรือเกิดการเครียดมากๆ เช่น เปลี่ยนที่อยู่ใหม่ อาการของโรค จะเริ่มต้นที่ท้องเสียก่อน และจะหนักขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นโรคหางเปียก ลักษณะอาการนั้นจะทำให้หนูขาดน้ำ กินอาหารไม่ได้ และก็เสียชีวิตในที่สุด

โรคท้องเสีย อาการของโรคท้องเสียก็เหมือนหรือคล้ายๆกับโรคหางเปียก

โรคเนื้องอก เป็นอีกโรคหนึ่งถ้าไม่พาไปหาหมอแล้วอาจจะถึงกับตายได้ โรคนี้มักเกิดกับหนูที่มีอายุมาก หรือมีลูกบ่อย หลายคอกติดๆ กัน อาการของโรคนี้จะเป็นก้อนเนื้อแข็งๆ เป็นก้อนกลมๆ อยู่ที่ใต้ท้อง / โคนขา หรือตรงนม ก้อนเนื้อที่โผล่ออกมา สามารถเห็นได้ชัดเจน

ขี้เรื้อน โรคนี้คล้ายๆกับเป็นรังแค เหมือนกับหนังที่แห้งและลอกออกเป็นแผ่นๆ เกิดจากอากาศร้อน ขี้เลื่อยไม่สะอาดหรือสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ โรคนี้มักจะเกิดกับหนูที่อายุน้อยๆ ประมาณ2 อาทิตย์กว่าๆ -1 เดือน


สังเกตุอย่างไรว่าแฮมสเตอร์ป่วย  แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยป่วย อาการที่บงบอกว่าแฮมสเตอร์ป่วย ได้แก่
นอนมากเกินปกติ ยกเว้นในแฮมสเตอร์ที่แก่แล้ว ไม่ค่อยทำความสะอาดตัวเอง ตัวค่อนข้างสกปรก ขนค่อนข้างยุ่ง
ซึมเศร้า
หงุดหงิดง่าย และมักหางเปียก
ท้องเสีย
ขนร่วงมีน้ำมูกน้ำตาไหล หรือเกาบ่อยเกินไป
เดินกระเผลก
มีบาดแผล
ตาเจ็บ มีขี้ตา ลืมตาไม่ขึ้น
ผอมหายใจลำบาก

อ้างอิง http://club.yenta4.com/view_topic.php?type=content&club=Love_HamSter&club_id=27851&table_id=1&cate_id=-1&post_id=248892


การเลือกซื้อ หนูแฮมสเตอร์   เมื่อคุณจะซื้อแฮมสเตอร์มาเลี้ยงสักตัวหนึ่งนั้น คุณสงสัยมั้ยว่าจะต้องมีวิธีในการเลือกซื้ออย่างไร การเลือกซื้อสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่งไม่เหมือนกับการที่คุณเดินไปซื้อเงาะหรือมังคุดหรอกนะคะ(ถึงแม้จะเป็นสัตว์ตัวเล็กๆ ก็ตามเถอะ) ถ้าหากว่าสัตว์เลี้ยงที่คุณซื้อมานั้นไม่ได้มาตรฐาน หรือเป็นสัตว์เลี้ยงที่อ่อนแอทุพพลภาพ คุณคงไม่สามารถที่จะโยนมันทิ้งลงในถังขยะได้ง่ายๆ เหมือนเงาะหรือมังคุดหรอก ดังนั้น ก่อนจะซื้อสัตว์เลี้ยงสักตัวหนึ่ง คุณจึงควรรู้วิธีการในการเลือกซื้อ เพื่อให้ได้สัตว์เลี้ยงที่ดีที่สุด และคุณก็จะได้ไม่ต้องทำบาปในภายหลังโดยการยกมันให้คนอื่นด้วยครับ



           ผมได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ คุณ สุกฤษฎิ์ ศรีธัญรักษ์  เจ้าของร้านขายหนูแฮมสเตอร์ ชื่อร้าน My Pet ตั้งอยู่ที่นวมินทร์ 72 หมู่ปัฐวิกรณ์ เกี่ยวกับวิธีการเลือกซื้อหนูแฮมสเตอร์ที่จะนำมาเลี้ยงว่ามีวิธีการยังไงบ้าง


คำถามแรกครับการเลือกซื้อหนูแฮมสเตอร์ต้องซื้อยังไงในช่วงเวลาประมาณไหน?
               คุณควรจะไปเลือกซื้อแฮมสเตอร์ในตอนเย็น เพราะเป็นช่วงที่แฮมสเตอร์เคลื่อนไหวและทำกิจกรรม ต่าง ๆมากกว่าช่วงต้นของวัน ซึ่งโดยมากมักเป็นเวลาพักผ่อนของมัน เจ้าหนูแฮมสเตอร์ควรมีรูปร่างสมบูรณ์และมีขนเรียบ ผิวหนังต้องสะอาดโดยเฉพาะบริเวณใต้ท้อง และไม่ควรมีรอยด่างดำที่ผิวหนังด้วย ภายในหูต้องสะอาด  และถ้าคุณจะซื้อแฮมสเตอร์ที่ยังเล็กอยู่ ควรดูให้แน่ใจด้วยว่ามันมีขนขึ้นฟูที่ใบหูด้านนอก ตาสะอาดและเป็นประกายสดใส ควรเลือกซื้อแฮมสเตอร์ที่มีอายุระหว่าง 4-7 สัปดาห์ เพราะว่าเป็นช่วงที่ฝึกฝนได้ง่าย


ถ้าเราจะเลี้ยงเจ้าหนูแฮมสเตอร์ 2 ตัวในกรงเดียวกันจะได้ไหมครับ?
คุณสามารถเลี้ยงเจ้าแฮมสเตอร์ 2 ตัวไว้ในกรงเดียวกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณต้องการแฮมสเตอร์ประเภทไหน Dzungarian Dwarf hamster, short dwarf hamsters และ Russian hamsters ทั้งหมดนี้เป็นแฮมสเตอร์ที่ค่อนข้างชอบอยู่ร่วมกัน ดังนั้นคุณสามารถเลี้ยงแฮมสเตอร์พันธุ์เหล่านี้รวมกันได้

การเลือกอาหารของหนูแฮมสเตอร์จะต้องเหมาะกับสายพันธุ์รึเปล่าครับ?
           เมื่อคุณเลือกแฮมสเตอร์ที่ถูกใจได้แล้ว สอบถามเจ้าของร้านด้วยว่าเคยให้อาหารชนิดใดกับมัน เพราะคุณจะได้ให้อาหารมันได้ถูกต้อง แต่ถ้าหากว่าคุณต้องการเปลี่ยนชนิดอาหาร ก็ควรเริ่มในปริมาณเล็กน้อยก่อนแล้วจึงค่อยๆ เพิ่มให้มากขึ้น


ถ้าเราจะพกพาเจ้าหนูแฮมสเตอร์ไปในที่ต่างๆ เราควรจะมีกล่องหรือจะต้องใส่อะไรไปและเพื่อให้เจ้าหนูแฮมสเตอร์ปลอดภัยด้วยครับ?
           เวลาที่คุณซื้อทางร้านมักจะให้กล่องกระดาษแข็งเพื่อใส่แฮมสเตอร์มาด้วย แต่ถ้าคุณต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่า 2 ชั่วโมงแล้วล่ะก็ เจ้าแฮมสเตอร์ก็อาจแทะกล่องเพื่อหาทางออกมาได้ ดังนั้นคุณจึงควรใช้กล่องพลาสติกขนาดเล็กที่มีฝาปิดมิดชิดและมีช่องระบายอากาศแทน และอย่าลืมปูก้นกล่องด้วยวัสดุนุ่มๆ เพื่อให้เจ้าหนูแฮมรู้สึกสบายตัวระหว่างเดินทางด้วย อ๊ะ! เกือบลืมบางอย่างที่สำคัญไป อย่าลืมหย่อนอาหารชิ้นเล็กๆ ลงไปในกล่องด้วยนะ จะเป็นแอปเปิ้ลหรือผลไม้อะไรก็แล้วแต่เถอะ เจ้าหนูชอบทั้งนั้นหละ

อ้างอิง คุณสุกฤษฎิ์ ศรีธัญรักษ์ เจ้าของร้านขายหนูแฮมสเตอร์ ชื่อร้าน My Pet ตั้งอยู่ที่นวมินทร์ 72 หมู่ปัฐวิกรณ์  ผู้ให้สัมภาษณ์