History of Hamster
แฮมสเตอร์เป็นสัตวจำพวกฟันแทะ(Rodent) ขนาดเล็ก สัตว์ในจำพวกนี้ได้แก
บีเวอร์ กระรอก กระต่าย และชินชิลล่า เป็นต้น ย้อนไปเมื่อ ปีพ.ศ. 2382 ได้มีการค้นพบแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรียสีทองที่ประเทศซีเรีย โดยนักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ
และได้นำกลับไปยังสวนสัตว์ลอนดอน จากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบเห็นแฮมสเตอร์ในธรรมชาติอีกเลย
จนบางคนคิดว่าสูญพันธุ์ไปแล้ว ต่อมา แม่แฮมสเตอร์และลูกๆอีก 12 ตัวได้ถูกพบที่บริเวณประเทศซีเรียอีกเช่นเคย โดย Professor
I.Aharoni จาก Hebrew University เมืองเยรูซาเล็ม
ครั้งนี้พวกมันถูกพาตัวไปยังเยรูซาเล็ม แต่ก็เหลือรอดเพียง 3 ตัวเท่านั้น คือตัวเมีย 2 ตัว และตัวผู้อีก 1
ตัว และนี่ก็คือบรรพบุรุษทั้ง 3 ของแฮมสเตอร์เลี้ยง
ซึ่งได้ทำหน้าที่สืบเผ่าพันธุ์น่ารักๆไว้ให้เราได้รู้จักกันในปัจจุบัน ในระยะแรกๆ แฮมสเตอร์เข้าสู่ประเทศอังกฤษ
และประเทศสหรัฐอเมริกา โดยนักวิทยาศาสตร์ใช้เป็นสัตว์ทดลองทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น กระทั่งมีผู้เห็นว่ามันเป็นสัตว์เลี้ยงที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู
จึงเริ่มนำออกมาเลี้ยงเป็นสมาชิกตัวหนึ่งในบ้าน และได้รับความนิยมในหมู่ผู้รักสัตว์เลี้ยงตั้งแต่นั้นมา
ตามธรรมชาติแฮมสเตอร์จะอาศัยอยู่ในโพรงใต้ดิน
และจะใช้เวลาในช่วงตอนกลางวันในการนอนหลับพักผ่อนและในตอน กลางคืนจะออกหากิน
ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากภูมิประเทศและภูมิอากาศในประเทศซีเรียที่มีลักษณะเป็นดินแดนทะเลทราย ในตอนกลางวันจะมีอุณหภูมิสูงมาก
ซึ่งผิดกับตอนกลางคืนอุณหภูมิจะต่ำลง
ด้วยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเจ้าแฮมสเตอร์แคระคือมีขนาดตัวเล็ก น่ารัก
แต่ค่อนข้างจะขี้ระแวงกับสิ่งที่อยู่รอบๆตัวมัน ถ้าเราดูแลเอาใจใส่มันอย่างดี
เลี้ยงดูพวกมันด้วยความรักก็สามารถสร้างความผูกพัน กับเจ้าตัวน้อยพวกนี้ได้ เพราะมันรู้จักตอบสนองในทางที่ดีต่อผู้เลี้ยง
และหากเราเล่นกับเจ้าตัวน้อยบ่อยๆ พวกมันก็จะคุ้นเคยกับเรามากขึ้น ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้เจ้าตัวน้อยเป็นเพื่อนที่แสนดีสำหรับเราได้ในยามที่เราเหงา
เพราะมันจะเล่นซนจนเราเพลินตาสบายใจ เจ้าตัวน้อยมักชอบอยู่ตัวเดียว
และจะต่อสู้อย่างไม่คิดชิวิตเมื่อมีตัวอื่นที่แปลกหน้าผ่านเข้ามาในอาณาเขตของมัน ส่วนเจ้าตัวน้อยตัวผู้ และตัวเมียจะยอมคืนดีกันในช่วงฤดูผสมพันธุ์เท่านั้น
มีนิสัยชอบนอนในตอนกลางวันและตื่นในตอนกลางคืนเพื่อออกไปหาอาหารมากักตุน เอาไว้
อาหารที่เจ้าตัวน้อยกินจะเป็นพวกเมล็ดพืช ธัญพืช และพวกผลไม้ต่างๆ
พวกมันเป็นสัตว์อนามัย รักความสะอาด มันมักจะทำความ สะอาดตัวเองเสมอๆ
เจ้าตัวน้อยพวกนี้จะอาศัยอยู่ในโพลงใต้ดิน
ซึ่งในโพลงของพวกมันจะถูกแบ่งออกเป็นห้องต่างๆ ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องเก็บอาหาร
และห้องเลี้ยงลูกอ่อน ซึ่งเจ้าตัวน้อยพวกนี้จะดูและที่อยู่ของมันให้สะอาดอยู่เสมอๆ เจ้าตัวน้อยจะใช้ขาหน้าของมันทำสิ่งต่างๆ
ได้มากมาย เช่น ทำความสะอาดร่างกาย หยิบจับอาหาร และวัสดุสำหรับสร้างรัง ร่างกายของเจ้าตัวน้อยจะอ่อนนุ่มผิวหนังยืดหยุ่น
ดวงตาใสแจ๋วเป็นประกาย มีขาเล็กๆที่แข็งแรงสำหรับยึดเกาะ พวกมันชอบเล่นกายกรรม ห้อยโหนอยู่ในกรงให้เราเห็นอยู่เสมอ
นอกจากนี้เจ้าตัวน้อยยังมีกระพุ้งแก้มที่ขยายใหญ่ได้
สำหรับเก็บรวบรวมอาหารจากที่หนึ่งไปอีกที่ หนึ่ง
หรือเก็บตุนอาหารไว้ให้รอดพ้นจากเจ้าตัวน้อยตัวอื่น
+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+
สายพันธุ์ของแฮมสเตอร์
แฮมสเตอร์พันธุ์ยุโรป
(European Hamster)
เป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาแฮมสเตอร์ทั้งหมด คือมีขนาดเกือบเท่ากระต่าย แต่ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันเพราะว่ามีนิสัยค่อนข้างดุ และไม่สามารถเลี้ยงให้เชื่องได้ แม้จะลองนำมาเลี้ยงในสวนสัตว์แล้วก็ตาม
เป็นพันธุ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาแฮมสเตอร์ทั้งหมด คือมีขนาดเกือบเท่ากระต่าย แต่ไม่เป็นที่นิยมเลี้ยงกันเพราะว่ามีนิสัยค่อนข้างดุ และไม่สามารถเลี้ยงให้เชื่องได้ แม้จะลองนำมาเลี้ยงในสวนสัตว์แล้วก็ตาม
แฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรีย (Syrian Hamster)
เป็นพันธุ์ขนาดกลางเมื่อโตเต็มที่แล้วขนาดจะอยู่ที่ราว 15 ซม. เท่านั้น พันธุ์ซีเรียนี้มีทั้งแบบขนสั้น ขนยาว และหลากหลายสีสัน พันธุ์ซีเรียสามารถเลี้ยงให้เชื่องได้หากเราให้ความเอาใจใส่เป็นพิเศษ เมื่อเรานำเขามาเลี้ยง
แฮมเตอร์พันธุ์แคระ (Dwarf Hamster)
เป็นพันธุ์ที่มีขนาดเล็กที่สุด แล้วก็แคระ สมชื่อด้วยความยาวขณะโตเต็มที่แล้วเพียง 7 ซม. เท่านั้น แฮมสเตอร์แคระสามารถแบ่งแยกย่อยได้อีก 3 ชนิดดังนี้
พันธุ์ไชนีสแคระ (Dwarf Chinese Hamster)
ลักษณะหัวและลำตัวค่อนข้างยาว และเพรียวกว่าแฮมสเตอร์แคระพันธุ์อื่นๆ ส่วนลักษณะของเท้าก็เป็นแบบเดียวกันกับแฮมสเตอร์พันธุ์ซีเรีย คือไม่ค่อยมีขนปกคลุม แต่จะมีหางที่ยาวกว่าพันธุ์ซีเรียอยู่เล็กน้อย มีสีตามธรรมชาติเพียง 2 สีเท่านั้น
พันธุ์แคมเบล
รัสเซียน แคระ (Dwarf
Campbell's Russian Hamster)
มีลักษณะคล้ายกับพันธุ์วินเทอร์
ไวท์ รัสเซียนแคระ มากแต่ว่าจะมีขนาดตัวใหญ่กว่าเล็กน้อย ลักษณะโดยทั่วไปคือ
หน้าสั้นทู่ ตัวเป็นทรงกลม ขนแน่น นุ่มและเป็นมันเงาปกคลุมทั่วทั้งลำตัว เท้า และ คลุมหางที่กุดสั้นของมัน
พันธุ์วินเทอร์
ไวท์ รัสเซียน แคระ (Dwarf
Winter White Russian Hamster)
มีลักษณะคล้ายกับพันธุ์แคมเบล
รัสเซียน แคระ เล็กน้อย แต่มีขนาดตัวเล็กกว่า และหน้าจะสั้นทู่กว่าพันธุ์แคมเบล
รัสเซียน แคระอยู่เล็กน้อย (แฮมสเตอร์หน้ายิ่งสั้นเท่าไหร่จะน่ารักมาก)แต่ลักษณะที่แตกต่างคือโดยธรรมชาติแล้ว
จะเปลี่ยนสีขนเป็นสีขาวดุจหิมะเมื่ออยู่ในที่ที่มีอากาศเย็น เป็นแฮมสเตอร์ที่มีลักษณะน่ารักเป็นพิเศษ
น่ารักและเป็นมิตรกว่าพันธุ์อื่นๆ
พันธุ์โรโบรอฟสกี้
(Dwarf Roborovski)
เป็นหนูแฮมสเตอร์แคระที่มีขนาดเล็กที่สุด
โตเต็มที่ยาวประมาณ 2 นิ้ว (4-5
ซม.) หน้าตาจะไม่เหมือนกันกับพันธุ์อื่นๆ สีของลำตัวจะมีสีคล้ายทรายในทะเลทรายเพื่อพรางตัวจากศัตรู
มีดวงตากลมโต มีนิสัยตื่นตัวอยู่เสมอ วิ่งเร็วกว่าพันธุ์อื่นๆ ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่นิยมใช้ฝุ่นภูเขาไฟสำหรับชินชิลล่าสำหรับทำความสะอาด
+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+_+
การผสมพันธุ์ แฮมสเตอร์เป็นสัตว์ที่มีอายุขัยสั้น
มันจึงต้องแพร่พันธุ์เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์
อย่าผสมข้ามพันธุ์แฮมสเตอร์หากท่านยังไม่พร้อม สำหรับชีวิตน้อน ๆ อีกหลาย ๆ
ชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมา
ท่านมีกรงให้พร้อมหรือไม่ท่านมีเวลาเพียงพอสำหรับมันหรือไม่
โปรดศึกษาแฮมสเตอร์ให้เข้าใจก่อนผสมพันธุ์
เพื่ิอให้ลูกที่เกิดออกมาแข็งแรงและไม่มีข้อบกพร่องทางพันธุ์กรรม
SYRAIN
Syrain เป็นแฮมสเตอร์ที่รักสันโดษ หากเราปล่อยให้ Syrainหลายๆ ตัวอยู่ด้วยกันมันมักจะกัดกัน ดังนั้นการจับคู่ Syrain เพื่อการผสมพันธุ์นั้น
เราจำเป็นต้องระวังมาก ๆ
Syrain เพศเมีจะเป็นฮีทในทุกๆ 4 วัน
ในการผสมพันธุ์ต้องเตรียมรังไว้ให้ก่อนโดยการใส่วัสดุปูพื้นใหม่ลงไป
และหลังจากนั้นใส่วัสดุตัวผู้ลงไปก่อนและปล่อยให้ตัวผู้เดินไปมาและสร้างกลิ่นก่อนสั
พักหลังจากนั้นจึงค่อยใส่ตัวเมียลงไป หากตัวเมียต่อต้าน ไม่ยอมรับการผสมพันธุ์โดยการจู่โจมหรือการเข้าทำร้ายตัวผู้ ให้รีบแยกตัวตัวเมียออกก่อนที่จะมีตัวใดได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้หากแฮมสเตอร์ตัวเมียไม่ได้เป็นฮีท มันก็อาจจะไม่ยอมรับการผสมจากตัวผู้และอาจจะทำร้ายตัวผู้ได้
พักหลังจากนั้นจึงค่อยใส่ตัวเมียลงไป หากตัวเมียต่อต้าน ไม่ยอมรับการผสมพันธุ์โดยการจู่โจมหรือการเข้าทำร้ายตัวผู้ ให้รีบแยกตัวตัวเมียออกก่อนที่จะมีตัวใดได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้หากแฮมสเตอร์ตัวเมียไม่ได้เป็นฮีท มันก็อาจจะไม่ยอมรับการผสมจากตัวผู้และอาจจะทำร้ายตัวผู้ได้
หลังจากนั้นอีก
2-3 วันให้ทดลองใหม่อีกครั้ง หากแฮมสเตอร์ตัวเมียเมื่อปล่อยลงไปแล้วยืนอยู่นิ่ง ๆ
และเหยียดขาตรง ยกหางชี้ขึ้นแสดงว่าตัวเมียยอมรับการผสมพันธุ์
หลังจากนั้นปล่อยให้แฮมสเตอร์ผสมพันธุ์กันประมาณ 20 นาทีและแยกแฮมสเตอร์ออกจากกัน
เพราะหากปล่อยตัวผู้ไว้กับตัวเมียนานเกินไป ตัวเมียอาจจะตัดสินใจกำจัด หรือทำร้ายตัวผู้ได้
หลังจากนั้น 16-18 วันหากผสมติด เราจะได้ลูกแฮมสเตอร์สีชมพูอยู่ในกรง
อ้างอิง http://club.yenta4.com/view_topic.php?type=content&club=Love_HamSter&club_id=27851&table_id=1&cate_id=-1&post_id=248892

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น